2016-08 Cover Story-1-31946-2016 : 70 ปี Lapierre กับการพัฒนาจักรยานอย่างไม่หยุดยั้ง และรางวัลยืนยันถึงคุณภาพ

ในปี 1946 Gaston Lapierre เริ่มธุรกิจจักรยานเล็กๆ ใน เมืองดีฌง (Dijon) ประเทศฝรั่งเศส และประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมจักรยานที่มีอัตราการเติบโตเป็นอย่างมากในขณะนั้น

หลังจาก 14 ปีของธุรกิจจักรยาน Gaston Lapierre ได้ให้ลูกชายของเขา Jacky Lapierre เป็นผู้บริหารจัดการแทน ในปี 1960 และในปี 1972 ได้สร้างโรงงานแห่งใหม่ขึ้นในเขตอุตสาหกรรมของเมืองดีฌง (Dijon) ประเทศฝรั่งเศส เพื่อรองรับการผลิตปริมาณมากที่เพิ่มขึ้น จนจักรยาน Lapierre เป็นที่ยอมรับและถูกกล่าวถึงในหมู่ผู้เชี่ยวชาญจักรยานจำนวนมาก นอกเหนือไปจากโรงงานผลิตแล้ว อาคารนี้ยังเป็นคลังสินค้า โชว์รูม และที่จัดแสดงสินค้าอีกด้วย

Lapierre กับการก้าวเป็นผู้นำเสือภูเขา

ในช่วงกลางของยุค 80 Lapierre เป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทในยุโรปที่ผลิตจักรยานเสือภูเขา โดย Lapierre คาดว่าจักรยานเสือภูเขาจะได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วและแพร่หลายเป็นอย่างมาก และก็เป็นเช่นนั้น Lapierre จึงได้เป็นผู้ครองตลาดส่วนนี้ได้อย่างอย่างรวดเร็ว และเป็นผู้นำของตลาดก็ว่าได้ นอกจากนี้ Lapierre ยังให้การสนับสนุนทีมแข่งจักรยานเสือภูเขาในการแข่งขันเกือบทุกประเภทตั้งแต่ปี 1988 เป็นต้นมา

ในปี 1996 Gilles Lapierre บุตรชายของ Jacky ได้เข้ามาเป็นผู้สืบทอดกิจการและบริหารบริษัทในฐานะกรรมการผู้จัดการ และในปี 1996 บริษัท Lapierre มีการเติบโตที่เรียกได้ว่าเติบโตมากที่สุดเป็นประวัติการณ์

แชมป์แห่งชาติฝรั่งเศส – AMATEUR ELITE

หลังจากที่ Lapierre สนับสนุนจักรยานเพื่อการแข่งขันMTB และประสบความสำเร็จในการแข่งขันเป็นอย่างมาก อีกทั้งได้การยอมรับว่า Lapierre มีเทคโนโลยีที่ดีมาก Gilles Lapierre จึงตัดสินใจที่จะทุ่มเทให้กับจักรยานเสือหมอบ ซึ่งเปรียบเสมือนวัฒนธรรมของกีฬาจักรยานและชาติฝรั่งเศสก็ว่าได้ ซึ่ง Lapierre วางกลยุทธ์การตลาดอย่างแน่วแน่ที่ต้องประสบความสำเร็จให้ได้เหมือนจักรยานเสือภูเขา

Lapierre ตัดสินใจที่จะสนับสนุนจักรยาน Lapierre ให้กับทีมน้องใหม่อย่าง SCOD ซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น SCOD Lapierre และหลังจากนั้นไม่นานทีม SCOD Lapierre ก็ขึ้นมาสู่ระดับสูงสุดของการแข่งขันเสือหมอบประเทศฝรั่งเศสที่เรียกว่า ระดับ DN1

และในปี 2000 Romain Mary นักปั่นของ Lapierre รับแชมป์แห่งชาติฝรั่งเศส (French National Champion) ในรุ่น DN1 amateur Elite division

2016-08 Cover Story-1-5Lapierre ก้าวสู่ระดับสูงสุดของเสือหมอบและเสือภูเขา

ในปี 2002 Lapierre ได้เซ็นสัญญากับทีม Française des Jeux หรือที่เรารู้จักกันในนามทีม FDJ ทำให้สามารถเห็นจักรยาน Lapierre ในการแข่งขันระดับ Elite รวมถึงการได้รับเชิญให้เข้าร่วมการแข่งขัน Tour De France อีกทั้ง Lapierre ยังชนะการแข่งขัน The French National Championship โดยนักแข่งทีม FDJ อย่าง Nicolas Vogondy และ Bradley Mc Gee ได้แชมป์ในรายการ Pursuit World Championship

ในช่วงฤดูกาลแข่งขันปี 2003 Lapierre ตัดสินใจที่จะเขย่าวงการจักรยานอีกครั้ง ด้วยการเซ็นสัญญากับ Nicolas Vouilloz อดีตแชมป์โลกดาวน์ฮิลล์ 10 สมัย (10x DH World Champion) เพื่อการผลิตและพัฒนาจักรยานเสือภูเขาประเภท Freeride และ Down Hill และได้พัฒนาอย่างเหนือชั้นด้วยระบบรับแรงกระแทกอย่าง OST+ ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก

หลังจากนั้น Lapierre ได้พัฒนาจักรยานคุณภาพอีกมาก เพื่อให้นักกีฬาที่เน้นประสิทธิภาพที่ดีได้รับแชมป์อย่างมากมาย

Team Lapierre Gravity Republic

ในปี 2015 Team Lapierre Gravity Republic รับรางวัลทีมที่ดีที่สุด (The top team in the UCI) โดย Loic Bruni, Sam Blenkinsop, Emmeline Ragot และ Loris Vergier และ Loic Bruni ชนะการแข่งขัน UCI World Champion ซึ่งสามารถเรียกเค้าได้เลยว่าเป็นแชมป์โลกในประเภท Down hill

Equipe Cycliste FDJ

2016-08 Cover Story-1-6มีผลงานดีมากและเป็นทีจดจำ เช่น ปี 2014 Thibaut Pinot ควบเสือหมอบแอโร่รุ่น Aircode จบอันดับที่ 3 ใน Tour De France และได้รางวันนักปั่นอายุน้อยที่มีผลงานดีสุดใน Tour De France ครั้งนั้น ปี2016 ทีม Equipe Cycliste FDJ เรียกได้ว่าสร้าง

ตำนานในการแข่ง Milan Sanremo 2016 ในสนามแข่งขันสุด Classic ด้วยระยะทางรวมเกือบ 300 กิโลเมตร และเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า Arnaud Demare ควบ Xelius SL. รับแชมป์ในครั้งนี้ แต่เรื่องราวการแข่งไม่ได้จบเพียงเพียงแค่การสปรินท์หน้าเส้นรับแชมป์ เพราะระหว่างการแข่งขันเกิดอุบัติเหตุจนทำให้ Arnaud Demare ล้มกระแทกพื้นส่งผลให้เจ้า XeliusSL ได้รับความเสียหาย และทันใดนั้นนักปั่น Team FDJ ทุกคนพร้อมใจกันจอดเพื่อช่วยเหลือ Arnaud อย่างสุดความสามารถเพื่อให้เค้าปั่นต่อได้ จากจุดเกิดอุบัติเหตุ Team FDJ ตั้งขบวนบังลมและเร่งความเร็ว เพื่อให้ Arnaud Demare กลับเข้ากลุ่มนำได้ ซึ่งต้องใช้ความเร็วสูงมากจากจุดหยุดนิ่ง และต้องตามกลุ่มนำที่ปั่นต่ออยู่ตลอดเวลาให้ทัน จนในที่สุดพวกเค้าสามารถส่ง Arnaud Demare เข้ากลุ่มนำได้สำเร็จในสภาพที่ Arnaud Demare ยังพอเหลือแรงที่จะประคองความเร็วเกาะกลุ่มไปได้ทั้งที่ตัวเองใช้กำลังในการตามเข้ากลุ่มไปมากแล้ว และสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น

เมื่อในจังหวะสุดท้าย Arnaud Demare สามารถสปริ๊นเข้าเส้นชัยได้เป็นอันดับหนึ่งได้สำเร็จ โดยสามารถสปริ๊นแซงนักแข่งคนอื่น และเข้าเส้นได้นำเกือบช่วงลำรถ จากชัยชนะของ Arnaud มีนักปั่นบางท่านฟ้องว่า Arnaud Demare เกาะรถเซอร์วิสของทีมเพื่อเร่งความเร็วเข้ากลุ่ม เนื่องจากเห็น Arnaud Demare แซงตนเองด้วยความเร็วสูง แต่ทางคณะกรรมการได้ตรวจสอบจากนักปั่นท่านอื่นที่คาดว่าจะอยู่ใกล้เคียงกัน และดูบันทึกจาก Stava โดยประมวลผลจากความเร็วและรอบขาระหว่างการแข่งขัน โดยไม่พบอะไรผิดสังเกตและเป็นธรรมชาติในการปั่นของนักปั่นที่ไม่ได้ใช้เครื่องทุ่นแรง เรื่องราวชัยชนะครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าการเข้าเส้นที่ 1 ของ Arnaud Demare แต่เป็นความสำเร็จของ Team FDJ อีกด้วยที่สามารถในการนำสปรินท์เตอร์ (Sprinter) เข้ากลุ่ม และArnaud Demare ก็สามารถทำผลงานตามหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม

จนได้รับชัยชนะในการแข่งครั้งนี้ไป

Tour De France 2016 (อัพเดท 14/07/16) Thibaut

Pinot คะแนนเจ้าภูเขา The Polkadot 3 Stage ติด Stage 9-11 และได้รางวัลนักปั่นที่ดุเดือดที่สุด (Combative) ในเสตจ 8 และArthur Vichot ได้รางวัลนักปั่นที่ดุเดือดที่สุด Combative ในเสตจ 11